วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

กิจวัตรประจำวัน

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555


05.10  น.    ตื่นนอน
05.10 - 05.25 น.   อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน
05.30 น.    รับประทานอาหารเช้า
6.00 น.        รอรถ
6.30 - 7.00 น.    เดินทางมาโรงเรียน
7.00 น.      นั่งรอเข้าเรียน
8.30 - 11.45 น.      เข้าเรียน
11.45 - 12.35 น.    รับประทานอาหารกลางวัน 
12.35 - 16.00 น.    เรียน
16.00 น.    เลิกเรียน
16.20 - 17.00 น.    นั่งรถกลับบ้าน
17.00 - 17.30 น.    ออกกำลังกาย
17.35 - 17.50 น.    อาบน้ำ
18.00 - 18.30 น.    รับประทานอาหารเย็น
18.40 - 22.30 น.    ทำการบ้าน
22.30 น.    เข้านอน


วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555


05.10  น.    ตื่นนอน

05.10 - 05.25 น.   อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน

05.30 น.    รับประทานอาหารเช้า
6.00 น.        รอรถ
6.30 - 7.00 น.    เดินทางมาโรงเรียน
7.00 น.      นั่งรอเข้าเรียน
8.30 - 11.45 น.      เข้าเรียน
11.45 - 12.35 น.    รับประทานอาหารกลางวัน 
12.35 - 16.00 น.    เรียน
16.00 น.    เลิกเรียน
16.20 - 17.00 น.    นั่งรถกลับบ้าน
17.00 - 17.30 น.    ออกกำลังกาย
17.35 - 17.50 น.    อาบน้ำ
18.00 - 18.30 น.    รับประทานอาหารเย็น
18.40 - 22.30 น.    ทำการบ้าน
22.30 น.    เข้านอน 


วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

05.10  น.    ตื่นนอน
05.10 - 05.25 น.   อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน
05.30 น.    รับประทานอาหารเช้า
6.00 น.        รอรถ
6.30 - 7.00 น.    เดินทางมาโรงเรียน
7.00 น.      นั่งรอเข้าเรียน
8.30 - 11.45 น.      เข้าเรียน
11.45 - 12.35 น.    รับประทานอาหารกลางวัน 
12.35 - 16.00 น.    เรียน
16.00 น.    เลิกเรียน
16.20 - 17.00 น.    นั่งรถกลับบ้าน
17.00 - 17.30 น.    ออกกำลังกาย
17.35 - 17.50 น.    อาบน้ำ
18.00 - 18.30 น.    รับประทานอาหารเย็น
18.40 - 23.30 น.    ทำการบ้าน
23.30 น.    เข้านอน



วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555


05.10  น.    ตื่นนอน

05.10 - 05.25 น.   อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน

05.30 น.    รับประทานอาหารเช้า
6.00 น.        รอรถ
6.30 - 7.00 น.    เดินทางมาโรงเรียน
7.00 น.      นั่งรอเข้าเรียน
8.30 - 11.45 น.      เข้าเรียน
11.45 - 12.35 น.    รับประทานอาหารกลางวัน 
12.35 - 16.00 น.    เรียน
16.00 น.    เลิกเรียน
16.20 - 17.00 น.    นั่งรถกลับบ้าน
17.00 - 17.30 น.    ออกกำลังกาย
17.35 - 17.50 น.    อาบน้ำ
18.00 - 18.30 น.    รับประทานอาหารเย็น
18.40 - 22.30 น.    ทำการบ้าน
22.30 น.    เข้านอน



วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555


05.10  น.    ตื่นนอน

05.10 - 05.25 น.   อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน

05.30 น.    รับประทานอาหารเช้า
6.00 น.        รอรถ
6.30 - 7.00 น.    เดินทางมาโรงเรียน
7.00 น.      นั่งรอเข้าเรียน
8.30 - 11.45 น.      เข้าเรียน
11.45 - 12.35 น.    รับประทานอาหารกลางวัน 
12.35 - 16.00 น.    เรียน
16.00 น.    เลิกเรียน
16.20 - 17.00 น.    นั่งรถกลับบ้าน
17.00 - 17.30 น.    ออกกำลังกาย
17.35 - 17.50 น.    อาบน้ำ
18.00 - 18.30 น.    รับประทานอาหารเย็น
21.30 น.   เข้านอน



วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

05.10  น.    ตื่นนอน
05.10 - 05.25 น.   อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน
05.30 น.    รับประทานอาหารเช้า
6.00 น.        รอรถ
6.30 - 7.00 น.    เดินทางมาโรงเรียน
7.00 น.      นั่งรอเข้าเรียน
8.30 - 11.45 น.      เข้าเรียน
11.45 - 12.35 น.    รับประทานอาหารกลางวัน 
12.35 - 16.00 น.    เรียน
16.00 น.    เลิกเรียน
16.20 - 17.00 น.    นั่งรถกลับบ้าน
17.00 - 17.30 น.    ออกกำลังกาย
17.35 - 17.50 น.    อาบน้ำ
18.00 - 18.30 น.    รับประทานอาหารเย็น
21.30 น.   เข้านอน


วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

05.10  น.    ตื่นนอน
05.10 - 05.25 น.   อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน
05.30 น.    รับประทานอาหารเช้า
6.00 น.        รอรถ
6.30 - 7.00 น.    เดินทางมาโรงเรียน
7.00 น.      นั่งรอเข้าเรียน
8.30 - 11.45 น.      เข้าเรียน
11.45 - 12.35 น.    รับประทานอาหารกลางวัน 
12.35 - 16.00 น.    เรียน
16.00 น.    เลิกเรียน
16.20 - 17.00 น.    นั่งรถกลับบ้าน
17.00 - 17.30 น.    ออกกำลังกาย
17.35 - 17.50 น.    อาบน้ำ
18.00 - 18.30 น.    รับประทานอาหารเย็น
21.30 น.   เข้านอน

หน้ามันแบบนี้ จัดการได้!


สาเหตุของหน้ามัน

           ส่วนใหญ่สาเหตุของหน้ามันเกิดจากการที่ต่อมไขมันบริเวณใบหน้าผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ ซึ่งความมันเหล่านี้เป็นเสมือนความชุ่มชื้นที่ช่วยเคลือบผิวไว้ คนที่มีผิวมันส่วนใหญ่จะมีปัญาที่ตามมาคู่กันนั่นคือ รูขุมขนกว้างนั่นเอง และเมื่อเกิดการอุดตันบริเวณรูขุมขนจนทำให้น้ำมันที่อยู่ใต้ผิวหนังของเราหลั่งน้ำมันออกมาไม่ได้ จะทำให้เกิด “สิว” ขึ้นบนใบหน้าของเรานั่นเอง บริเวณที่มันกว่าส่วนอื่นมักจะเป็นบริเวณ T Zone บริเวณหน้าผาก จมูก คาง

วิธีรับมือกับหน้ามัน

* ล้างหน้าให้สะอาด 2-3 ครั้งต่อวันก็พอ เพราะถ้าล้างหน้าบ่อยกว่านี้ผิวหนังจะแห้งและทำให้เกิด

* ควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์หรือครีมกันแดดที่เป็นสูตร Oil-free ซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดการอุดตันที่รูขุมขน

* หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมันๆ ทอดๆ และอาหารรสจัด รวมถึงชา กาแฟ ของหวานทั้งหลายเพราะสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หน้ามันได้เช่นกัน

* คนไหนที่หน้ามันและรูขุมขนกว้าง ลองใช้โทนเนอร์สูตรที่ช่วยกระชับรูขุมขนดู

* สำหรับน้องๆ ที่หน้ามันจนทนไม่ไหวอาจลองไปปึกษาคุณหมอผิวหนังดูก็ได้
  


Tips

* สาวๆ ที่หน้ามันคนไหนชอบใช้รองพื้นเป็นชีวิตจิตใจแนะนำให้เลือกใช้รองพื้นที่เป็นเนื้อแมท มิเช่นนั้นหน้าอาจจะมันยิ่งกว่าเดิม

* การไว้ผมหน้าม้าก็มีส่วนที่ทำให้ส่วนหน้าผากมันกว่าปกติได้ เพราะเส้นผมของเราเต็มไปด้วยความมันและคราบสกปรก ดีไม่ดีสิวจะขึ้นด้วย

* อย่าล้างหน้าบ่อยเกินไปเพราะจะทำให้ผิวแห้งและเกิดการระคายเคืองขึ้นได้

* ความเครียดและการนอนดึกก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หน้ามันและเกิดสิวได้เช่นกัน

* ดื่มน้ำเยอะๆ 

สูตรพอกหน้าสำหรับสาวหน้ามันโดยเฉพาะ

สิ่งที่ต้องเตรียม
* แอปเปิ้ล 1 ผล
* น้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.ปลอกเปลือกแอปเปิ้ลแล้วนำไปล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ

2.นำแอปเปิ้ลที่หั่นแล้วไปใส่ในเครื่องปั่น และใส่น้ำผึ้งลงไป 3 ช้อนโต๊ะ

3.ปั่นส่วนผสมทั้งสองอย่างให้ละเอียด

4.นำส่วนผสมที่ได้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที

5.ล้างหน้าออกให้สะอาด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.dek-d.com

มาจัดการสิวอักเสบให้อยู่หมัด!


สาเหตุ

"สิวอักเสบ" เกิดจาก สิวอุดตันที่มีการติดเชื้อและเกิดเป็นหนองหรือเป็นตุ่มแดงๆ บริเวณหัวสิว หากสิวมีอาการอักเสบมากและติดเชื้อแบบรุนแรงเราอาจเรียกว่า “สิวหัวช้าง” โดยสิวอักเสบมักชอบขึ้นบริเวณผิวหนังที่เป็นเนื้ออ่อนๆ เช่น แผ่นหลัง แก้ม และหน้าผาก เป็นต้น


สิวอักเสบ แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด

1. เกิดขึ้นเองตามธรมชาติ : เกิดจากสภาวะที่ร่างกายมีฮอร์โมนไม่สมดุล จึงทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้น

2. เกิดขึ้นจากแบคทีเรียและฝุ่นละออง  : เมื่อฝุ่นละอองและเชื้อแบคทีเรียเข้าไปอุดตันในบริเวณรูขุมขนจนทำให้เกิดการอักเสบ 


วิธีการดูแลรักษาน้องสิวอุดตัน

- ล้างหน้าให้สะอาด ลองหาโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนๆ มาใช้ หรือโฟมล้างหน้าที่มีส่วนสกัดจากสมุนไพรก็ได้ หรืออาจเลือกผลิตภัณฑ์ประเภทเวชสำอางค์เพื่อช่วยรักษาสิวไปด้วยในตัว

- เวลาล้างหน้าควรล้างหน้าเบาๆ ไม่ควรถูหน้าแรงๆ หรือใช้ผ้าขนหนูเช็ดที่หน้าแรงๆ เพราะจะยิ่งทำให้สิวอักเสบที่เป็นหนองอักเสบมากขึ้น

- พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายบ้าง ดื่มน้ำเยอะๆ และควรขับถ่ายทุกวันเพื่อเป็นการขับของเสียออกจากร่างกายและสร้างความสมดุลให้กับร่างกาย วันหยุดเสาร์อาทิตย์ลองสครับหน้าสัปดาห์ละครั้งเพื่อช่วยทำความสะอาดรูขุมขนนั่นเอง

- ใช้กระดาษซับมันระหว่างวัน อย่าปล่อยให้หน้ามันแผล่บ โดยใช้กระดาษซับมันแบบเบามือ อย่าไปกดโดนแรงๆ บริเวณที่สิวขึ้น

- ลองหาเจลแต้มสิวมาใช้ ก่อนซื้อควรศึกษารายละเอียดของผลิตภัณฑ์ก่อนหรืออาจจะลองอ่านรีวิวตามเว็บบอร์ดต่างๆ ในอินเตอร์เน็ตก่อนก็ได้

- สำหรับน้องๆ ที่ให้คุณหมอกดสิวให้ อาจประสบปัญหารูขุมขนกว้าง สามารถแก้ไขได้โดยใช้โทนเนอร์เช็ดบนผิวหน้าอีกรอบหลังจากที่ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าแล้ว

- ขยันเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและซักผ้าเช็ดตัวหน่อยก็ดี รักษาความสะอาดไว้คือสิ่งที่ดีที่สุด

- หากอาการสิวอักเสบยังรุนแรงมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อหาทางรักษาที่ถูกต้อง


Don‘t

- ห้าม นอนดึก เพราะถ้าร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายเสียสมดุลจึงทำให้เกิดสิวขึ้นได้นั่นเอง

- ห้ามเครียด เพราะความเครียดก็เป็นสาเหตุที่ทำให้สิวบุกได้เหมือนกัน

- ห้าม บีบ แกะ แคะ แซะ แงะ กด จิก สิว เด็ดขาด จะยิ่งทำให้สิวอักเสบมากยิ่งขึ้นและจะทำให้มีแผลเป็นหลังสิวหายอีกด้วย 

- ไม่ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดและไม่ควรรับประทานน้ำอัดลมด้วย

- ไม่ควรโบกเครื่องสำอางค์หนาเกินไปเพราะถ้าเราล้างหน้าไม่สะอาดยิ่งจะทำให้สิวอักเสบลุกลามมากเข้าไปอีก

- พยายามเอามือมาจับที่ใบหน้า บางคนเผลอก็ชอบล้วงแคะ แกะ เกา หน้าหรือสิวซึ่งจะทำให้สิวหายยากขึ้น

- สำหรับสาวๆที่ชอบไว้ผมหน้าม้า ถ้าบริเวณหน้าผากมีสิวอักเสบ ควรติดกิ๊บเก็บผมหน้าม้าขึ้นไป ไม่ควรให้ผมมาปรกหน้าเพราะเส้นผมของเรานั้นเต็มไปด้วยเหงื่อและสิ่งสกปรก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.dek-d.com 
        


จัดการกับรอยคล้ำใต้ดวงตากันเถอะ!



สาเหตุ

1.สาเหตุ : การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นเพราะการนอนดึกนอนน้อย นอนหลับไม่สนิท ทุกเหตุผลล้วนทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตาทั้งสิ้น

วิธีแก้ปัญหา:
- ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 7-9 ชั่วโมง แต่ไม่ใช่แค่การพัก
  ผ่อนเพียงแค่สองสามวันแล้วจะเห็นผลนะคะสาวๆ ต้องนอนหลับพักผ่อนให้
  เพียงพอประมาณสองสัปดาห์ขึ้นไปถึงจะเห็นผล ก่อนจะนอนลองสวดมนต์เพื่อ
  ให้เกิดความสบายใจ หรืออาจจะหาหนังสือมาอ่านสักเล่มก่อนนอนก็ได้

- ตัวการสำคัญที่ทำให้เรานอนไม่หลับก็คือ ความเครียด นั่นเอง เพราะฉะนั้น
  อย่าเครียดไม่งั้นนอนไม่หลับ แล้วไม่สวยแถมเป็นหมีแพนด้าอีกนะ

2.สาเหตุ : การรับประทานอาหารที่ไม่มีวิตามินและการดื่มน้ำน้อยเกินไป การขาดวิตามินเคและวิตามินบี12 ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตาได้เช่นกัน

วิธีแก้ไขปัญหา:

- ต้องรับประทานอาหารจำพวกผักใบเขียวเยอะๆ เช่น บล็อกโคลี่ ผักบุ้ง หอมหัวใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง หรือลองรับประทานผลไม้ที่มีสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ พวกส้ม มะเขือเทศ แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบรับประทานผัก อาจหาซื้อวิตามินเสริมมารับประทานควบคู่ไปด้วยก็ได้

- ลดการรรับประทานอาหารที่เค็มจัด  เพราะเกลือเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายเก็บกักน้ำไว้ เลยทำให้เกิดอาการตาบวมและยังทำให้การไหลเวียนของเลือดใต้ตาผิดปกติอีกด้วย

3.สาเหตุ : การสูบบุหรี่ เป็นการเพิ่มสารอนุมูลอิสระให้กับร่างกายและยังลดการไหลเวียนของออกซิเจน ทำให้แก่ก่อนวัย ผิวหนังเหี่ยวย่น และทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตา

วิธีแก้ปัญหา:

- คนไหนที่สูบบุหรี่ เลิกเสียเถอะ เพราะนอกจากจะทำให้ดูไม่ดีมากๆ แล้วการสูบบุหรี่ยังทำให้แก่เร็วขึ้นเยอะ

4.สาเหตุ : เป็นโรคภูมิแพ้ ซึ่งทำให้หลอดเลือดใต้ตาดำขยายมากกว่าปกติและทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตาได้ง่าย

วิธีแก้ปัญหา:

- ปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจหาโรคภูมิแพ้ และเพื่อหาวิธีการรักษาให้ถูกวิธี จะได้ไม่มีรอยคล้ำใต้ดวงตาด้วย

สาเหตุอื่นๆ
- กรรมพันธ์ : อันนี้ไม่รู้จะแก้ยังไงจริงๆ
- อายุ : ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น รอยคล้ำ รอยเหี่ยวย่นต่างๆก็มีมากขึ้นตามอายุ
- คนที่มีภาวะโลหิตจาง : อาจทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตาได้ด้วยเช่นกัน


Tips*

- ไม่ควรขยี้ตาแรงๆ เพราะอาจทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ตาแตกได้ ทำให้เลือดออก
   บริเวณนั้นและเป็นสาเหตุของการเกิดรอยคล้ำใต้ตา


- ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตา

- ใช้คอนซีลเลอร์ช่วยปกปิดรอยคล้ำ โดยเลือกใช้คอนซีลเลอร์เนื้อบางเกลี่ยง่าย
   และเลือกโทนสีให้ใกล้เคียงกับสีผิวเรามากที่สุด  ซึ่งปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ


- ลดการบริโภคอาหาร Fast Food ก็ช่วยทำให้รอยคล้ำใต้ดวงตาลดลงได้ด้วยเช่นกัน

- ลดปริมาณการดื่มชา และกาแฟ เพราะชา กาแฟ มีส่วนผสมของคาเฟอีนทำให้หลอดเลือดขยายตัว และทำให้รอยคล้ำใต้ดวงตาชัดเจนมากขึ้น

- ไม่ควรลดน้ำหนักแบบพรวดพราด เพราะทำให้ไขมันบริเวณใต้ดวงตาเด่นชัดขึ้น

- ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อไปช่วยการไหลเวียนของเลือดในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น


Beauty at Home ^^
วิธีที่หนึ่ง
นำแตงกว่ามาหั่นสไลด์ให้ได้ชิ้นบางๆ นอนบนเตียงหรือบนโซฟาก็ได้ แล้วนำแตงกวาสองชิ้นนั้นวางลงบนเปลือกตา หลับตาเพื่อผ่อนคลาย ทิ้งไว้ประมาณ 10 -15 นาที แล้วจึงค่อยเอาออก

วิธีที่สอง
   นำถุงชาร้อนที่เราเพิ่งใช้ชงชาไป เอามา
   บีบน้ำออก แล้วนำมาประคบบริเวณรอบ
   ดวงตา แล้วทิ้งไว้ประมาณ 
10 – 15 นาที
   เช่นเดียวกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.dek-d.com




อยากเรียนเก่ง ต้องทำแบบนี้




ต้องตั้งใจเรียน : กฎเบสิกตลอดกาล ถ้าเราฟังในสิ่งที่ครูสอน เราก็ต้องเข้าใจและทำข้อสอบได้ แถมยังได้คะแนนจิตพิสัยดีด้วย

หมั่นทำการบ้าน : ได้การบ้านอะไรมาปุ้บ กลับบ้านต้องรีบทำปั้บ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง  เพราะเราไม่ได้เรียนแค่วิชาเดียว แต่เราเรียนเป็นสิบวิชา และแน่นอนว่าทุกวิชาต้องมีการบ้านแน่นอน เพราะงั้น ได้การบ้านอะไรมาต้องรีบเคลียร์ จะได้มีเวลาไปทำการบ้านวิชาอื่นอีก 
พักผ่อนให้เพียงพอ : นอกจากการนอนหลับจะเป็นกฎเบสิกของความสวยความงามแล้ว การพักผ่อนยังเป็นกฎสำคัญของการเรียนหนังสือให้เก่งด้วย เมื่อเราได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เราก็จะมีพลังงานในการเรียนหนังสือ จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ร่างกายของเราที่ต้องการการพักผ่อน สมองของเราก็ต้องการการพักผ่อนด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อเราง่วงหรือร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความสามารถในการจดจำ ความเข้าใจ สมาธิ และการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็จะลดลง ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการเรียนหนังสือ

เรียนรู้สไตล์การสอนของคุณครูแต่ละคน : คุณครูแต่ละคนมักจะมีวิธีการสอนที่แตกต่างกันออกไป เช่น คุณครูบางคนชอบให้นักเรียน brain storm กันในคาบ แล้วท้ายคาบให้ตัวแทนกลุ่มออกมา present คุณครูบางคนชอบให้เลคเชอร์ตามที่เขาพูด หรือคุณครูอีกคนชอบเรียกตอบคำถามในห้องเรียน เมื่อเราจับสไตล์การสอนของครูแต่ละคนได้ เราก็จะมีวิธีการเตรียมตัวก่อนถึงชั่วโมงเรียน อย่างถ้าคุณครูคนนี้ชอบให้ brain storm กับเพื่อนๆ ในกลุ่ม เราสามารถเตรียมตัวได้โดยการอ่านเนื้อหาในบทเรียนมาล่วงหน้า และควรหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชามาเพิ่มเติมด้วย เพื่อเวลา discuss กันในกลุ่มเราจะได้มีข้อมูลใหม่ๆ ไปบอกเล่าให้เพื่อนๆ ได้รับรู้นั่นเอง

ช่วยกันติว : วิชาไหนที่ยากๆ ลองรวมตัวกับเพื่อน 4-5 คน มาช่วยกันติว ช่วยกันอธิบาย เราไม่เข้าใจตรงไหนก็ให้เพื่อนช่วยสอน ทั้งสนุกและได้ความรู้ เรียกว่าคุ้มมาก
ต้องรู้จักแบ่งเวลา : กำหนดเวลาให้ตัวเอง เช่น จะเล่น facebook ถึงสามทุ่ม และหลังจากนั้นจะต้องทำการบ้านวิชาสังคมให้เสร็จ แล้วถึงจะกลับมาเล่น facebook ได้อีกครั้ง

อ่านหนังสือก่อนสอบ : ถ้าเราได้อ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาก่อนไปสอบอย่างน้อย 2 รอบจะช่วยให้เราทำข้อสอบได้  แต่ละคนอาจมีวิธีการอ่านหนังสือที่แตกต่างกันออกไป บางคนชอบอ่านไปฟังเพลงไป หรือบางคนชอบอ่านพร้อมกับเขียนสรุปย่อด้วย ลองหาสไตล์ของตัวเองให้เจอ จะได้แฮปปี้กับการอ่านหนังสือ

ถ้าไม่เข้าใจ ให้ถาม : ไม่เข้าใจ จะเก็บไว้ไปถามคุณครูท้ายคาบเรียน คุณครูยินดีที่จะอธิบายข้อสงสัยให้ฟังอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่เข้าใจตรงไหนต้องถาม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.dek-d.com

20 ประเทศที่ขี้เกียจที่สุด



The Lancet วารสารด้านวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาเรื่อง ประเทศที่ประชากรขี้เกียจที่สุดในโลก จากทั้งหมด 122 ประเทศทั่วโลก
ทั้งนี้ ผลการศึกษาระบุว่าประเทศที่ติดอันดับนั้นประชากรกว่า 1 ใน 3 ของประเทศมีความขี้้เกียจ ทั้งยังระบุอีกว่าการไม่ได้ออกกำลังกายเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวต และประชากร 1ใน3 ของโลกมีความกระฉับกระเฉงน้อยกว่ามาตรฐาน

1. มอลต้า 71.9 %
2.สวาซิแลนด์ 69.0 %
3.ซาอุดิอาระเบีย 68.8 %
4.เซอร์เบีย 68.3 %
5.อาร์เจนติน่า 68.3 %
6.ไมโครเนเซีย 66.3 %
7.คูเวต 65.8 %
8.อังกฤษ 63.3 %
9.สหรัฐอาหรับอิมิเรสต์ 62.5 %
10 มาเลเซีย 61.4 %
11.ญี่ปุ่น 60.2 %
12.สาธารณรัฐโดมินิกัน 60.0 %
13.นามิเบีย 58.5 %
14. อิรัก 58.4 %
15.ตุรกี 56.0 %
16.ไซปรัส 55.4 %
17.อิตาลี 54.7 %
18.ไอร์แลนด์ 53.2 %
19.เกาหลีใต้ 52.4 %
20 ภูฐาน 52.3 %

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.dek-d.com

10 อันดับหนังไทยที่ทำเงินสูงสุดของ GTH



10.Suck Seed ห่วยขั้นเทพ



9.ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น



8.เพื่อนสนิท



7.สี่เเพร่ง


6.ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ



5.ห้าแพร่ง



4.ลัดดาแลนด์


3.กวน มึน โฮ



2.แฟนฉัน



1.รถไฟฟ้ามาหานะเธอ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.dek-d.com

20 อันดับ .. “เศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2555″



1. ธนินท์ เจียรวนนท์ (เครือเจริญโภคภัณฑ์) ทรัพย์สิน 279,000 ล้านบาท

2. ตระกูลจิราธิวัฒน์ (เครือเซ็นทรัล) ทรัพย์สิน 213,900 ล้านบาท

3. เจริญ ศิริวัฒนภักดี (เบียร์ช้าง) ทรัพย์สิน 192,200 ล้านบาท

4. ตระกูลอยู่วิทยา (กระทิงแดง) ทรัพย์สิน 167,400 ล้านบาท

5. กฤษณ์ รัตนารักษ์ (ผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ปูนซีเมนต์นครหลวง ฯลฯ) ทรัพย์สิน 96,100 ล้านบาท

6. จำนงค์ ภิรมย์ภักดี และครอบครัว (บุญรอดบริเวอรี่) ทรัพย์สิน 74,400 ล้านบาท

7. วิชัย มาลีนนท์ (ผู้จัดการช่อง 3 และ BEC Tero) ทรัพย์สิน 55,800 ล้านบาท

8. Aloke Lohia (CEO กลุ่มบริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส) ทรัพย์สิน 49,600 ล้านบาท

9. ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (บางกอกแอร์เวย์) ทรัพย์สิน 37,200 ล้านบาท

10. วาณิช ไชยวรรณ (ไทยประกันชีวิต) ทรัพย์สิน 35,960 ล้านบาท

11. ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ (บ้านพฤกษา) ทรัพย์สิน 34,100 ล้านบาท

12. อิสระ ว่องกุศลกิจ และครอบครัว (น้ำตาลมิตรผล) ทรัพย์สิน 31,000 ล้านบาท

13. บุญชัย เบญจรงค์กุล (ดีแทค) ทรัพย์สิน 30,690 ล้านบาท

14. ประณีตศิลป์ วัชรพล และครอบครัว (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ) ทรัพย์สิน 29,450 ล้านบาท

15. สุรางค์ เปรมปรีด์ (ผู้บริหารช่อง 7) ทรัพย์สิน 28,830 ล้านบาท

16. ประยุทธ มหากิจศิริ (PM Group, ไทยน็อกซ์สแตนเลส, ไทยคอปเปอร์, ผู้ถือหุ้นเนสกาแฟ) ทรัพย์สิน 28,365 ล้านบาท

17. พรเทพ พรประภา (สยามกลการ) ทรัพย์สิน 27,900 ล้านบาท

18. อนันต์ อัศวโภคิน (แลนด์แอนด์เฮ้าส์) ทรัพย์สิน 26,040 ล้านบาท

19. คีรี กาญจนพาสน์ (BTS) ทรัพย์สิน 25,110 ล้านบาท

20. วิชัย ทองแตง (กรุงเทพดุสิตเวชการ) ทรัพย์สิน 20,770 ล้านบาท

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.dek-d.com

สถานที่ท่องเที่ยวในภาคต่างๆ


ภาคเหนือ

ภาคกลาง


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ภาคใต้



สวยหลายสไตล์ ด้วยผักผลไม้หลากสี







ขอบคุณข้อมูลจาก www.dek-d.com

10 อาหาร ทานแล้วผมสวย










ขอบคุณข้อมูลจาก www.dek-d.com

การรับประกันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์


อุปกรณ์คอมพิวเตอร์จะมีการรับประกันอายุการใช้งาน
อุปกรณ์แต่ละชนิดจะมีระยะเวลารับประกันต่างกัน เช่น
- รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ( life time ) และฮาร์ดดิสก์อาจรับประกัน 1-5 ปี โดยอายุของการรับประกันนานขึ้น อาจมีผลทำให้ราคาสูงขึ้น บนอุปกรร์บางชนิดอาจมีสติ๊กเกอร์รับประกันติดอยู่บนตัวอุปกรณ์ ซึ่งหากมีการฉีกขาด การรับประกันจะสิ้นสุดลงทันที ดังนั้นจึงควรระมัดระวังเมื่อเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชนิดต่างๆ

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ประวัติส่วนตัว


ชื่อ น.ส.ปุณยนุช  นิลชนิภรณ์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  4/8 เลขที่ 16
แผนการเรียน อังกฤษ-คณิตศาสตร์
เกิดวัน อังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ.2539
ศึกษาอยู่ โรงเรียนลำปางกัลยาณี
สีที่ชอบ สีเขียว สีฟ้าอมเขียว สีชมพู สีฟ้า และสีม่วง
สัตว์ที่ชอบ สุนัข
สัตว์ที่เกลียด สัตว์เลื้อยคลานทุกชนิด
นิสัย เป็นคนร่าเริง แจ่มใส ขี้อาย ดูเหมือนคนเรียบร้อยพูดน้อยโดยเฉพาะเวลาอยู่กับคนที่ไม่สนิท แต่พอสนิทแล้วจะพูดมาก 
นิสัยที่ไม่ชอบ ไม่ชอบคนเห็นแก่ตัว คนชอบเอาเปรียบคนอื่น และอีกมากมาย
ชอบเรียนวิชา ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
ไม่ชอบเรียนวิชา คณิตศาสตร์ มากที่สุด